ทุกอย่างเกี่ยวกับการตีบวก — ใช้ใบไหนตอนไหน และทำไมตีบวกของชุดปัจจุบันถึงไม่เสียเปล่า
ใบพื้นฐาน ใช้ได้ตั้งแต่ระดับ 1 ถึง 9 เป็นช่วงที่ถูกและพลาดน้อยที่สุด ควรตีให้ครบทุกชิ้นตั้งแต่ต้นเกม — และใบตีบวกแยกตามประเภทของที่จะตี ต้องหยิบให้ถูกใบ
อาวุธใช้ใบ Weapon · ชุดเกราะใช้ใบ Armor · สร้อย แหวน ผ้าคลุม และถ้วยรางวัลใช้ใบ Accessory (ใบ Advanced กับ Superior ก็แยก 3 แบบเหมือนกัน)
พอถึงระดับ 10 ใบพื้นฐานจะใช้ต่อไม่ได้แล้ว ต้องเปลี่ยนมาใช้ใบ Advanced ถึงจะดันต่อถึงระดับ 20 ได้ — แยก 3 แบบตามประเภทของเหมือนใบพื้นฐาน
ช่วงปลาย ระดับ 21 ขึ้นไปต้องใช้ใบ Superior เท่านั้น เป็นของหายากกว่าสองใบแรก เก็บไว้ใช้กับของชิ้นที่ตั้งใจจะใส่ยาว ๆ — แยก 3 แบบตามประเภทของเหมือนกัน
ตารางบอกว่าแต่ละระดับจะได้ค่าเท่าไหร่ เช่นในรูปคือ ATK ไล่จาก 69,802 ที่ +1 ขึ้นไปถึง 87,594 ที่ +10 — ดูตารางนี้ก่อนตัดสินใจว่าจะดันถึงระดับไหนถึงจะคุ้มของที่มี
สองช่องที่ต้องวางของ — ช่อง “วางเกียร์” ใส่ชิ้นที่จะตี และช่อง “Fortify ไอเทม” ใส่ใบตีบวกให้ถูกประเภทกับของชิ้นนั้น
พรีวิวหน้าตาของอาวุธ — พอตีบวกถึง +10 อาวุธจะเริ่มมีเอฟเฟกต์พิเศษ ขึ้นให้เห็น ไม่ได้เพิ่มแค่ตัวเลขอย่างเดียว
แถบ ศักยภาพ (0/100) คือแต้มสะสมของชิ้นนั้น (อธิบายด้านล่าง) ส่วนเพชร ขั้น Fortify +10 / +20 / +30 เป็นตัวบอกหลักสิบของระดับปัจจุบัน — ติดไปกี่ดวงก็คือผ่านหลักนั้นมาแล้ว
วางใบกับของครบแล้วยังตีไม่ได้ถ้า Fragment ไม่พอ — Fragment คือคริสตัลสีฟ้าที่โชว์ตรงบรรทัด “ต้องการ / มี” ด้านล่างหน้าต่าง ได้มาจากการถอดแยก (Salvage) อุปกรณ์ที่ไม่ใช้ ในกระเป๋า ได้มากน้อยขึ้นกับเลเวลและคุณภาพของชิ้นที่ถอด · เก็บได้สูงสุด 60,000 เกินจากนี้จะไม่ถูกนับ
การเสริมพลังมีโอกาสล้มเหลว แต่ทุกครั้งที่ล้มเหลวจะได้ potential point สะสมไว้กับของชิ้นนั้น ทำให้ครั้งต่อไปโอกาสสำเร็จสูงขึ้น — นั่นคือแถบ “ศักยภาพ” ที่ขึ้นเป็น 0/100 ในหน้าต่าง แปลว่ายิ่งพลาดยิ่งใกล้สำเร็จ ไม่ใช่การพนันล้วน ๆ
โอนระดับเสริมพลังจากชิ้นที่ระดับต่ำกว่าไปยังชิ้นที่ระดับสูงกว่าก็ได้ ไม่ได้จำกัดทางเดียว — เงื่อนไขเดียวคือต้องเป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวกัน · ถ้าโอนระหว่างของระดับเดียวกัน ระดับบวกย้ายไปครบ แต่ถ้าโอนข้ามระดับ ระดับบวกจะโดนหักลงแบบสุ่ม 1–4 ขั้น